Skip to content

บทนำ ความเหลื่อมล้ำสำคัญไฉน

คำนำ

ย้อนกลับไปปี พ.ศ. 2554 ในวาระที่ "การปฏิรูป" ก่อเกิดเป็นกระแสและความสนใจจากสังคม คำว่า "ความเหลื่อมล้ำ" ถูกพูดถึงขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมืองที่ระอุขึ้นทุกขณะ ว่าเป็นต้นตอหรืออย่างน้อยก็ปัจจัยสำคัญประการหนึ่งซึ่งอยู่เบื้องหลังความขัดแย้ง

ในเวลานั้น ผู้เขียนได้รับความไว้วางใจจากคณะกรรมการสมัชชาปฏิรูป ให้เขียนหนังสือ “ความเหลื่อมล้ำฉบับพกพา” เพื่อสรุปสถานการณ์ มุมมอง ข้อถกเถียง และแนวทางแก้ไขเกี่ยวกับความเหลื่อมล้ำในมิติต่างๆ ที่ปรากฏในประเทศไทย

เวลาผ่านไปหกปี ผู้เขียนเห็นว่าในภาวะที่ความเหลื่อมล้ำหลายมิติในสังคมไทยยังคงดำรงอยู่ บางเรื่องดูจะเลวร้ายลงเรื่อยๆ และในภาวะที่งานวิจัยและข้อมูลเกี่ยวกับความเหลื่อมล้ำยังมีจำกัด น่าจะเป็นโอกาสอันดีที่จะได้ปรับปรุงเนื้อหาในหนังสือเล่มนี้ให้เป็นปัจจุบัน นำขึ้นบนอินเทอร์เน็ตเพื่อให้ง่ายต่อการใช้งาน และ “ปล่อย” เนื้อหาทั้งหมดให้เป็นสาธารณสมบัติ โดยที่ผู้เขียนไม่สงวนลิขสิทธิ์ใดๆ

ดำรินี้เป็นที่มาของเว็บไซต์ที่ท่านกำลังเยี่ยมเยือน

คำถามที่ว่าความเหลื่อมล้ำในแต่ละมิตินั้นเป็น “ปัญหา” หรือไม่ ถ้าใช่ เราควรแก้ไข “อย่างไร” เป็นประเด็นที่มีหลากหลายมุมมองและความคิด การอภิปรายนานาทัศนะในเรื่องนี้ให้ครอบคลุมพอที่จะยังใช้คำว่า “พกพา” ได้โดยที่ผู้เขียนไม่รู้สึกตะขิดตะขวง เป็นภารกิจที่เหลือวิสัยและเกินสติปัญญาของผู้เขียน ด้วยเหตุนี้ผู้เขียนจึงเลือกที่จะให้น้ำหนักกับการนำเสนอข้อเท็จจริงและลักษณะของความเหลื่อมล้ำต่างๆ โดยเฉพาะความเหลื่อมล้ำที่ชี้ให้เห็นปัญหาเชิงโครงสร้าง รวมถึงอธิบายความเกี่ยวโยงระหว่างความเหลื่อมล้ำแต่ละประเภท มากกว่าที่จะแจกแจงทางเลือกต่างๆ ของแนวทางแก้ไขอย่างครบถ้วน

อย่างไรก็ดี ผู้เขียนเชื่อมั่นว่า ไม่ว่าคนไทยจะมองเรื่องความเหลื่อมล้ำต่างกันอย่างไร อนาคตที่เป็นธรรมและยั่งยืนย่อมขึ้นอยู่กับว่าเราจะสามารถเปลี่ยนแปลงเป้าหมายการพัฒนาได้หรือไม่ จากการยึดเอาอัตราการเติบโตของผลผลิตมวลรวมในประเทศ (จีดีพี) เป็นสรณะเพียงหนึ่งเดียว หันไปกำหนดให้ “การพัฒนามนุษย์” เป็นเป้าหมายที่สำคัญและสูงส่งกว่า ซึ่งก็หมายความว่าเราจะต้องคำนึงถึงปัจจัยอื่นๆ ควบคู่ไปกับจีดีพี อาทิ การกระจายประโยชน์จากการพัฒนาเศรษฐกิจ คุณภาพของระบบการศึกษาและสาธารณสุข โอกาสในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม อิสรภาพในการใช้สิทธิพลเมือง และเสรีภาพจากการถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน

นอกจากนี้ ผู้เขียนเชื่อว่ามาตรการใดๆ ก็ตามที่มีเป้าหมายอยู่ที่การลดความเหลื่อมล้ำ ไม่อาจสัมฤทธิ์ผลสมดังความมุ่งหวังได้ ถ้าหากเรายังไม่หาวิธีบรรเทาปัญหาคอร์รัปชั่นที่แทรกซึมในทุกระดับชั้นและทุกวงการในสังคมไทยอย่างจริงจัง เนื่องจากคอร์รัปชั่นเปรียบดังสนิมที่คอยกัดกร่อนประสิทธิผลและประสิทธิภาพของนโยบายและโครงการต่างๆ และทำให้ความเหลื่อมล้ำด้านรายได้คอยซ้ำเติมความเหลื่อมล้ำด้านอื่นให้เลวร้ายลง โดยเฉพาะความเหลื่อมล้ำด้านโอกาสในการเข้าถึงและได้รับความยุติธรรม เนื่องจากคอร์รัปชั่นเดินได้ด้วยเงิน คนจนที่ไม่มีเงินจึงไม่อาจได้รับประโยชน์จากกลไกคอร์รัปชั่น

ท้ายนี้ ผู้เขียนขอขอบคุณนักวิชาการและนักวิจัยทุกท่านที่ผู้เขียนอ้างถึงในหนังสือเล่มนี้ สำหรับการทำงานที่มีคุณูปการอย่างยิ่งต่อสังคมไทยและตัวผู้เขียนเอง ขอขอบคุณกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)  สำหรับทุนสนับสนุนโครงการ ขอบคุณคุณณัฐเมธี สัยเวช, ธิติมา อุรพีพัฒนพงศ์ สองผู้ร่วมเขียนที่ได้ร่วมกันปรับปรุงเนื้อหาให้ทันสมัย และให้คำแนะนำอันเป็นประโยชน์ และที่ขาดไม่ได้คือ ขอบคุณทีมงานโอเพ่นดรีม (Opendream) ที่สามารถแปลงหนังสือให้เป็นฉบับออนไลน์ เน้นการนำเสนอข้อมูลและกราฟต่างๆ ได้อย่างสวยงามและนำไปใช้ประโยชน์ได้ ตามเจตนารมณ์ของ open data

สำหรับฉบับพิมพ์ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2554 ผู้เขียนขอขอบคุณคุณอิสริยะ สัตกุลพิบูลย์, ณัฐเมธี สัยเวช และ กอปรทิพย์ อัจฉริยโสภณ คณะผู้ช่วยที่ได้ร่วมแรงร่วมใจกันทำงานอย่างแข็งขันเพื่อให้ข้อมูลในหนังสือสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ภายในเวลากระชั้นชิด หากเนื้อหายังมีที่ผิดพลาดประการใด ย่อมเป็นความผิดของผู้เขียนเพียงลำพัง ต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้

 

สฤณี อาชวานันทกุล
http://www.fringer.org/

30 มิถุนายน 2560