Skip to content

บทที่ 3 ความเหลื่อมล้ำด้านสิทธิและโอกาส

• 3.1.3 คมนาคม

บริการขนส่งมวลชนในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นรถโดยสารสาธารณะ รถไฟ หรือรถไฟฟ้า ปัจจุบันจัดว่าเป็นบริการสาธารณะที่สำคัญ เพราะเมืองได้กลายเป็นศูนย์กลางของธุรกิจและแหล่งจ้างงานที่ใหญ่กว่าชนบท และชนบทก็ต้องการเส้นทางคมนาคมที่เชื่อมโยงกับเมืองอย่างสะดวกและมีประสิทธิภาพเพื่อเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจ บริการขนส่งมวลชนที่มีคุณภาพดีและราคาไม่แพงจึงเป็นที่ต้องการของประชาชนจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยที่ไม่มีกำลังซื้อรถยนต์ส่วนตัว ถึงแม้รัฐธรรมนูญจะมิได้มีบทบัญญัติว่าบริการขนส่งมวลชนเป็นสิทธิพลเมืองก็ตาม

ผลการวิจัยรายจ่ายของรัฐในสาขาการขนส่งของ ดร.สุเมธ องกิตติกุล จากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย พ.ศ. 2552 พบว่าการใช้จ่ายของรัฐที่ผ่านมาเอื้อประโยชน์ให้แก่คนรวยมากกว่าคนจน และส่งเสริมการใช้งานรถยนต์ส่วนบุคคลมากกว่าระบบขนส่งสาธารณะอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเจ้าของรถยนต์ส่วนตัวในกลุ่มรายได้สูงสุดร้อยละ 10 และความเหลื่อมล้ำของผู้ที่ได้รับประโยชน์จากการใช้จ่ายนี้ ระหว่างผู้มีรายได้สูงสุดร้อยละ 20 กับผู้มีรายได้ต่ำที่สุดร้อยละ 20 ก็สูงถึง 75.4 เท่าโดยเฉลี่ยทั่วประเทศ โดยสูงที่สุดในภาคกลางและภาคตะวันออก นอกจากนี้ ยังพบว่ารายจ่ายของภาครัฐมีการกระจุกตัวอยู่ในส่วนของกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งมีรายจ่ายของภาครัฐด้านการขนส่งทางถนนและรถไฟถึงกว่า 13,000 ล้านบาท แต่มีพื้นที่ครอบคลุมเพียง 6 จังหวัด ในขณะที่ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีรายจ่ายของภาครัฐสูงกว่ากรุงเทพฯ และปริมณฑลเพียง 1,000-4,000 ล้านบาท ขณะที่มีขนาดพื้นที่และประชากรที่สูงกว่ามาก 1

 

 

 

 

 

 


1 ดร.สุเมธ องกิตติกุล. การวิเคราะห์ผลประโยชน์ที่ประชาชนได้รับจากรายจ่ายของรัฐในสาขาการขนส่งนำเสนอในงานสัมมนาวิชาการประจำปี 2552 สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย: 2552. ดาวน์โหลดได้จาก http://www.thaireform.in.th/various-reform-dimensions/item/180--2552-.htm