Skip to content

บทที่ 3 ความเหลื่อมล้ำด้านสิทธิและโอกาส

3.1 สิทธิและโอกาสในการรับบริการสาธารณะ

สิทธิมนุษยชนตามปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (Universal Declaration of Human Rights หรือ UDHR) ซึ่งประเทศไทยให้การรับรอง ข้อ 25 ระบุว่า1

“ทุกคนมีสิทธิในมาตรฐานการครองชีพอันเพียงพอสำหรับสุขภาพและความอยู่ดีของตนและของครอบครัว รวมทั้งอาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และการดูแลรักษาทางการแพทย์ และบริการสังคมที่จำเป็น และมีสิทธิในหลักประกันยามว่างงาน เจ็บป่วย พิการ หม้าย วัยชรา หรือปราศจากการดำรงชีพอื่นในสภาวะแวดล้อมนอกเหนือการควบคุมของตน”

หลักการข้างต้นกล่าวถึง “บริการการแพทย์” และ “บริการสังคมที่จำเป็น” ว่าเป็นสิทธิมนุษยชน ซึ่งหมายความว่ารัฐควรจัดหาให้แก่ประชาชนอย่างเสมอภาคกัน อย่างไรก็ดี ประเด็นใหญ่ที่แตกต่างกันไปในแต่ละสังคม คือประเด็นที่ว่า บริการสาธารณะแต่ละประเภทนั้น “ใคร” ควรเป็นผู้จัดบริการบ้าง และ “ใคร” ควรเป็นผู้รับภาระในการจ่ายบ้าง ระหว่างรัฐ เอกชน (ระบบตลาด) องค์กรไม่แสวงกำไร (เอ็นจีโอ) หรือชุมชน ส่วนผสมระหว่างผู้เล่นสี่ฝ่ายที่คนอยากเห็นมักจะขึ้นอยู่กับจุดยืน ความเชื่อ หรืออุดมการณ์ทางการเมืองของคนแต่ละคน ยกตัวอย่างเช่น นักคิดสำนักเสรีนิยมมักเรียกร้องให้รัฐสนับสนุนให้ระบบตลาดทำหน้าที่จัดบริการเป็นส่วนใหญ่ รัฐทำหน้าที่เพียงจัดสวัสดิการแบบสงเคราะห์ให้กับผู้ด้อยโอกาส ซึ่งต้องผ่านการทดสอบระดับความจำเป็น (Means-test) ก่อน ฝ่ายนักคิดสำนักความยุติธรรมทางสังคมมักสนับสนุนให้รัฐเก็บภาษีในอัตราก้าวหน้าเพื่อจัดบริการสาธารณะอย่างทั่วถึงให้กับคนทุกกลุ่ม หรือไม่ก็ให้รัฐร่วมมือกับเอกชนในการสร้างระบบประกันสังคมขึ้นมา อันเป็นระบบที่เอกชนร่วมมือกับรัฐในการจ่ายและจัดบริการ

จากผลการสำรวจทัศนะของประชาชนในปี 2552 โดย ดร.สมชัย จิตสุชน และ ดร.วิโรจน์ ณ ระนอง สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) พบว่า ร้อยละ 39 เห็นว่ารัฐควรให้สวัสดิการขั้นพื้นฐานอย่างเท่าเทียมกันแต่ให้สิทธิพิเศษเพิ่มบางอย่างกับคนจน เมื่อถามต่อว่าหากรัฐขึ้นภาษีอยากให้นำเงินมาทำอะไร พบว่า 3 อันดับแรกคือ ต้องการให้รัฐนำเงินมาใช้พัฒนาเรื่องการศึกษา ฝึกอาชีพและพัฒนาฝีมือแรงงาน (ร้อยละ 23.7) รองลงมาต้องการให้นำเงินมาแก้ไขปัญหาหนี้สิน (ร้อยละ 14.1) และพัฒนาปรับปรุงระบบการรักษาพยาบาล (ร้อยละ 12.3)2

 

 

 

 


1 ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน เผยแพร่โดยกรมองค์การระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ http://www.mfa.go.th/humanrights/doc/BOOK.pdf

2 ดร.สมชัย จิตสุชน และ ดร.วิโรจน์ ณ ระนอง, ทัศนะประชาชนต่อการเมืองและสวัสดิการสังคมเพื่อสร้างความเป็นธรรมทางสังคม. นำเสนอในงานสัมมนาวิชาการประจำปี 2552 สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย: 2552.