Skip to content

บทที่ 2 ความเหลื่อมล้ำด้านทรัพยากร

2.5 การมีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

ปัจจุบัน อินเทอร์เน็ตได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำในหลากหลายมิติ ประชาชนทั่วไปใช้อินเทอร์เน็ตทั้งในแง่ของการติดต่อสื่อสาร การติดตามข่าวสาร การหาความบันเทิง การจับจ่ายใช้สอย หรือกระทั่งเป็นช่องทางในการกลายเป็นสื่อด้วยตนเองผ่านโซเชียลมีเดีย ด้านภาคธุรกิจต่างๆ ก็มีการนำเอาอินเทอร์เน็ตเข้าช่วยอำนวยความสะดวกในการทำธุรกิจ รวมทั้งอินเทอร์เน็ตก็ยังเปิดโอกาสให้เกิดการค้าขายออนไลน์ผ่านหน้าร้านเสมือนโดยไม่จำเป็นต้องไปมีร้านจริงอยู่ที่โลกภายนอก ซึ่งเป็นการประหยัดต้นทุนในการเริ่มทำธุรกิจไปได้อย่างมาก และในขณะเดียวกัน เมื่อมองไปที่ภาครัฐ ก็จะเห็นความพยายามผลักดันประเทศไทยให้เป็น "ไทยแลนด์ 4.0" การผลักดันให้ประชาชนหันมาใช้บริการการทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบ "พร้อมเพย์" (PromptPay) หรือแม้กระทั่งการตั้งกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

ปรากฏการณ์ดังกล่าว แสดงถึงความสำคัญของอินเทอร์เน็ตได้เป็นอย่างดี คำถามที่น่าสนใจก็คือ ในขณะที่อินเทอร์เน็ตได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันทุกระดับในลักษณะดังกล่าวไปแล้ว ความทั่วถึงในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต ซึ่งทวีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิตมากขึ้นทุกทีนั้น มีหน้าตาเป็นอย่างไร เพราะในขณะที่โลกออฟไลน์มีความเหลื่อมล้ำอยู่ดังได้กล่าวไปแล้วในหลายหัวข้อ ในด้านของโลกออนไลน์ที่ปรากฏขึ้นมาสัมพันธ์กับโลกออฟไลน์มากขึ้นเรื่อยๆ ในปัจจุบัน ก็มีความเหลื่อมล้ำอยู่ด้วยเช่นกัน

“ช่องว่างดิจิทัล” หรือ “ความเหลื่อมล้ำดิจิทัล” (Digital Divide) หมายถึงความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยเฉพาะเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ซึ่งปัจจุบันเป็นช่องทางที่ขาดไม่ได้ในการพัฒนาศักยภาพของมนุษย์ แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร และเข้าถึงข้อมูลความรู้ต่างๆ ดังกล่าวไปแล้ว ด้วยเหตุนี้ การติดตามอัตราการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต ตลอดจนความสะดวกและการมีกำลังซื้อ (affordability) ของการเข้าถึงเครือข่ายจากช่องทางต่างๆ โดยเฉพาะโทรศัพท์มือถือ ซึ่งได้รับความนิยมสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและกลายเป็นเครื่องมือสื่อสารหลักของคนไทยทุกช่วงชั้นรายได้ จึงเป็นตัวชี้วัด “ช่องว่างดิจิทัล” ในประเทศว่ามีมากน้อยเพียงใด

 

การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตและความสะดวกในการเข้าถึง: ตัวชี้วัดพื้นฐาน

 

2554

2558

2559

2560

การเข้าถึงอินเทอร์เน็ต (ต่อประชากร 100 คน)1

23.67

39.32 48.50  

การเข้าถึงโทรศัพท์มือถือ (ต่อประชากร 100 คน)2

116.33

152.73 172.65  

การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตใช้สายความเร็วสูง (บรอดแบนด์) (ต่อประชากร 100 คน)3

5.85 

9.24 10.69  

ราคาอินเทอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูง4 (บาทต่อเดือน)

 

  199 199 

ราคาอินเทอร์เน็ตใช้สายความเร็วสูง5 (บาทต่อเดือน)

 

  799  599 

รายได้ครัวเรือนเฉลี่ย6 (บาทต่อเดือน)

 

26,915     

ความเร็วเฉลี่ยในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต (Akamai)7 (ไตรมาสแรก)

 

  10,769 15,999

 

ผู้ใช้เน็ตในประเทศไทย ปี พ.ศ. 2559 มีจำนวน 35.7 ล้านคน (ร้อยละ 53 ของประชาชน) ลดลงเล็กน้อยจากปี 2558 ซึ่งอยู่ที่ 35.9 ล้านคน8 ในปี 2559 ครัวเรือนราว 6.9 ล้านครัวเรือน (ร้อยละ 31 ของครัวเรือนทั้งหมด) ใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงหรือบรอดแบนด์ เพิ่มขึ้นร้อยละ 12 จากปีก่อนหน้า9

ปัจจุบันประเทศไทยมีมือถือกว่า 51.8 ล้านเครื่อง แบ่งเป็นสมาร์ทโฟน 31.7 ล้านเครื่อง และโทรศัพท์มือถือทั่วไป 20.1 ล้านเครื่อง น่าสังเกตว่าผู้ใช้สมาร์ทโฟนซึ่งสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในตัวได้นั้น ปัจจุบันมีจำนวนแซงหน้าผู้ใช้โทรศัพท์มือถือทั่วไป คนไทยกว่าร้อยละ 90.4 ที่ใช้อินเทอร์เน็ตกล่าวว่าเข้าผ่านสมาร์ทโฟนเป็นหลัก เทียบกับการเข้าผ่านคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะซึ่งมีจำนวนเพียงร้อยละ 50.1 ของผู้ใช้เน็ตทั้งหมด ตามมาด้วยคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค ร้อยละ 24.9 และแท็บเล็ตร้อยละ 15.2 ตามลำดับ10

ราคาข้อมูลผ่านมือถือ (mobile data) ในประเทศไทยลดลงอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 เป็นต้นมา จาก 1.30 บาทต่อ Kbps เหลือเพียง 0.07 บาทต่อ Kbps ในปี พ.ศ. 2558 เท่านั้น11 ส่งผลให้ประเทศไทยจัดว่ามีอินเทอร์เน็ต “ราคาถูก” (คำนวณจากการเปรียบเทียบราคาอินเทอร์เน็ตกับค่าแรงขั้นต่ำ) เป็นอันดับสี่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตามหลังบรูไน สิงคโปร์ และกัมพูชา12 สถิติปี พ.ศ. 2559 ชี้ว่าผู้ใช้เน็ตไทยใช้เงินราว 200-399 บาทต่อเดือนในการเข้าอินเทอร์เน็ต, โดยผู้ใช้เน็ตร้อยละ 19 จ่ายไม่ถึง 200 บาทต่อเดือน, ร้อยละ 14 จ่ายราคาระหว่าง 400-599 บาทต่อเดือน และที่เหลืออีกร้อยละ 13.9 ไม่จ่ายเงินในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต13

รายงานของสำนักงานสถิติแห่งชาติและกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม14พบว่า ในปี พ.ศ. 2559 ในประชากรอายุ 6 ปีขึ้นไปซึ่งมีจำนวน 62.8 ล้านคน พบว่า มีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตอยู่ 29.8 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 47.5 ของประชากรอายุ 6 ปีขึ้นไปทั้งประเทศ ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาแบบเป็นรายภาคแล้ว พบว่ากรุงเทพมหานครมีสัดส่วนจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตสูงที่สุด คือ ร้อยละ 69.2 ของจำนวนประชากรอายุ 6 ปีขึ้นไปทั้งจังหวัด รองลงมาคือภาคกลางซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 53.0  ภาคใต้ ร้อยละ 46.3  ภาคเหนือ ร้อยละ 41.4 โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีสัดส่วนจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตต่อประชากรทั้งภาคน้อยที่สุด คือ ร้อยละ 36.0 และหากพิจารณาโดยแยกตามพื้นที่เป็นในและนอกเขตเทศบาลแล้วจะพบว่า ในเขตเทศบาลมีจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตซึ่งเป็นประชากรอายุ 6 ปีขึ้นไปคิดเป็นร้อยละ 57.4 ขณะที่นอกเขตเทศบาลคิดเป็นร้อยละ 39.5

และหากพิจารณาสัดส่วนจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตจากประชากรอายุ 6 ปีขึ้นไปโดยแบ่งตามระดับการศึกษาแล้วจะพบว่าผู้จบการศึกษาในระดับต่างๆ มีสัดส่วนการใช้งานอินเทอร์เน็ตดังนี้ อุดมศึกษา ร้อยละ 92.3, อนุปริญญา ร้อยละ 81.2 มัธยมศึกษาตอนปลาย ร้อยละ 71.5 มัธยมศึกษาตอนต้น ร้อยละ 65.8 ต่ำกว่าประถมศึกษา ร้อยละ 18.17 และไม่มีการศึกษา ร้อยละ 8.21 

จากข้อมูลข้างต้นจะเห็นว่า จำนวนการใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทยนั้นยังไม่ทั่วถึงอยู่มาก (ร้อยละ 47.5) และมีการกระจุกตัวอยู่ในหมู่ประชากรในจังหวัดกรุงเทพมหานคร (ร้อยละ 69.2) ยิ่งไปกว่านั้น ระดับการศึกษาที่แตกต่างกันก็มีความสัมพันธ์กับการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตอย่างมากอีกด้วย โดยจะเห็นได้ชัดเจนจากสัดส่วนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่จบการศึกษาในระดับอุดมศึกษา (ร้อยละ 92.3) และที่ไม่มีการศึกษา (ร้อยละ 8.21)

คำประกาศสิทธิ์และหลักการอินเทอร์เน็ตของ IRPC
วันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2554 ณ กรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน กลุ่มความร่วมมือด้านสิทธิและหลักการอินเทอร์เน็ต (Internet Rights and Principles Dynamic Coalition) หรือ IRPC ซึ่งเป็นกลุ่มของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับอินเทอร์เน็ตในหลากหลายประเทศซึ่งมีที่มาทั้งจากภาครัฐ ธุรกิจ และประชาชน ได้ประกาศสิทธิและหลักการอินเทอร์เน็ต 10 ประการ15 เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนา จัดการ และดูแลอินเทอร์เน็ต โดยหลักการดังกล่าวนั้นประยุกต์ขึ้นจากหลักการสิทธิมนุษยชนสากล และมีเนื้อหาดังนี้
1) ความเป็นสากลและความเสมอภาค (Universality and Equality)
มนุษย์ทุกคนต่างเกิดมามีอิสระและเสมอกันในศักดิ์ศรีและสิทธิต่าง ๆ ซึ่งจะต้องได้รับความเคารพ ปกป้อง และส่งเสริมในสภาพแวดล้อมออนไลน์
2) สิทธิและความยุติธรรมทางสังคม (Rights and Social Justice)
อินเทอร์เน็ตเป็นพื้นที่เพื่อการส่งเสริม ปกป้อง และบรรลุสิทธิมนุษยชนและพัฒนาความยุติธรรมทางสังคม เราทุกคนมีหน้าที่ผูกพันในการเคารพสิทธิมนุษยชนของคนอื่น ๆ ทั้งหมด ในสิ่งแวดล้อมออนไลน์
3) ความเข้าถึงได้ (Accessibility)
คนทุกคนมีสิทธิเสมอกันในการเข้าถึงและใช้อินเทอร์เน็ตที่ปลอดภัยและเปิดกว้าง
4) การแสดงออกและการสมาคม (Expression and Association)
คนทุกคนมีสิทธิในการค้นหา ได้รับ และแจ้งข้อมูลข่าวสารอย่างเสรีบนอินเทอร์เน็ต โดยไม่ถูกปิดกั้นหรือรบกวนในทางอื่นใด คนทุกคนยังมีสิทธิในการคบค้าสมาคมกันผ่านอินเทอร์เน็ตและบนอินเทอร์เน็ต เพื่อวัตถุประสงค์ทางสังคม การเมือง วัฒนธรรม และวัตถุประสงค์อื่นๆ
5) ความเป็นส่วนตัวและการปกป้องข้อมูล (Privacy and Data Protectipn)
คนทุกคนมีสิทธิในความเป็นส่วนตัวออนไลน์ ซึ่งสิทธิดังกล่าวนี้รวมถึงเสรีภาพในการที่จะพ้นจากการถูกสอดส่องตรวจตรา สิทธิในการใช้การเข้ารหัส และสิทธิที่จะไม่เปิดเผยตัวตนออนไลน์ คนทุกคนยังมีสิทธิที่จะได้รับการคุ้มครองข้อมูล ซึ่งรวมถึงการควบคุมการรวบรวม การเก็บ การประมวล การกำจัด และการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
6) ชีวิต อิสรภาพ และความมั่นคงปลอดภัย (Life, Liberty and Security)
สิทธิที่จะมีชีวิต มีอิสรภาพ และมีความมั่นคงปลอดภัย จะต้องได้รับการเคารพ ปกป้อง และส่งเสริมในสภาพแวดล้อมออนไลน์ สิทธิเหล่านี้จะต้องไม่ถูกละเมิด หรือใช้เพื่อละเมิดสิทธิอื่น ในสภาพแวดล้อมออนไลน์
7) ความหลากหลาย (Diversity)
ความหลากหลายทางภาษาและวัฒนธรรมบนอินเทอร์เน็ต จะต้องได้รับการส่งเสริม นวัตกรรมทางเทคโนโลยีและทางนโยบายควรได้รับการสนับสนุนเพื่ออำนวยความเป็นพหุลักษณ์ของการแสดงออก
8) ความเสมอภาคทางโครงข่าย (Network Equality)
คนทุกคนจะต้องมีช่องทางเข้าถึงเนื้อหาอินเทอร์เน็ตที่เปิดกว้างและไม่เลือกปฏิบัติ เป็นอิสระจากการถูกจัดลำดับ กรองและควบคุมการจราจรอย่างแบ่งแยก ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลทางการค้า การเมือง หรือเหตุผลอื่นใด
9) มาตรฐานและการวางข้อกำหนด (Standards and Regulation)
สถาปัตยกรรม ระบบสื่อสาร และรูปแบบเอกสารและข้อมูล ของอินเทอร์เน็ต จะต้องอยู่บนฐานของมาตรฐานเปิด ที่จะทำให้แน่ใจได้ว่า คนทุกคนจะสามารถประสานงานระหว่างกันได้อย่างสมบูรณ์ ไม่ถูกกันออกไป และได้รับโอกาสอย่างเท่าเทียมกัน
10) การจัดการดูแล (Governance)
สิทธิมนุษยชนและความยุติธรรมทางสังคม จะต้องเป็นสิ่งที่ประกอบขึ้นเป็นพื้นฐานทางกฎหมายและแบบแผนปฏิบัติ ซึ่งอินเทอร์เน็ตจะใช้ดำเนินการและถูกจัดการดูแล สิ่งนี้จะต้องเกิดขึ้นอย่างโปร่งใสและเป็นไปในลักษณะพหุภาคี บนหลักการของความเปิดกว้าง การมีส่วนร่วมอย่างครอบคลุม และการให้เหตุผลและรับผิดได้

 

 


1 International Telecommunication Union, “Percentage of Individuals Using the internet,” http://www.itu.int/en/ITU-D/Statistics/Pages/stat/default.aspx

2 International Telecommunication Union, “Mobile-cellular Telephone Subscriptions,” http://www.itu.int/en/ITU-D/Statistics/Pages/stat/default.aspx

3 International Telecommunication Union, “Fixed-broadband subscriptions,” http://www.itu.int/en/ITU-D/Statistics/Pages/stat/default.aspx

4 ราคาสำหรับแพ็จเกจ 1 GB, บมจ. แอดวานซ์ อินโฟ เซอร์วิส, http://m.ais.co.th/ontop-package?intcid=getpage-th-footer_menu-shortcut_menu-package_promotion_submenu1-mobile_internet_submenu2

5 ราคาเน็ตไฟเบอร์ สปีดสูงสุด 30/10 Mbps,  บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น, http://trueonline.truecorp.co.th/customer/super-fiber/entry/5349 

6 สำนักงานสถิติแห่งชาติ, รายได้รายจ่ายครัวเรือน และจำนวนครัวเรือน, http://service.nso.go.th/nso/web/statseries/statseries11.html     

7 Akamai, “Average Connection Speed,” map visualization, The State of the Internet, Q1 2016, Q1 2017, https://www.akamai.com/us/en/our-thinking/state-of-the-internet-report/state-of-the-internet-connectivity-visualization.jsp.

8 National Electronics and Computer Technology Center (NECTEC). “NBTC Internet Statistics Report: Internet Users in Thailand.” The National Broadcasting and Telecommunications Commission (NBTC), 2016. http://webstats.nbtc.go.th/netnbtc/INTERNETUSERS.php.

9 Bangkok Post. “Internet Broadband Market Expected to Grow by 15 percent.” Bangkok Post, January 25, 2017. http://www.bangkokpost.com/tech/local-news/1186265/internet-broadband-market-expected-to-grow-by-15-.

10 National Statistical Organization Thailand. “Number of Internet Users by Information Technology Devices to Access Internet and Area: 2016.” National Statistical Organization Thailand, 2016. http://service.nso.go.th/nso/nso_center/project/table/files/S-ict-hh-q/2559/000/00_S-ict-hh-q_2559_000_010000_01900.xls.

11 NBTC, “Internet Market Report: Price/Kbps,” http://www.nbtc.go.th/TTID/internet_market/price_kbps/.   

12 “The cost of mobile data in Southeast Asia (INFOGRAPHIC),” TechInAsia, January 20, 2016, https://www.techinasia.com/cost-mobile-data-southeast-asia-infographic.

13 National Statistical Organization Thailand. “Number of Internet Users by Expenditure to Use Internet per Month, Region and Area: 2016.” National Statistical Organization Thailand, 2016. http://service.nso.go.th/nso/nso_center/project/table/files/S-ict-hh-q/2559/000/00_S-ict-hh-q_2559_000_010000_02100.xls.

14 การสำรวจการมีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในครัวเรือน พ.ศ. 2559 https://goo.gl/D4xF6A เข้าถึงล่าสุด 2 มิ.ย. 2560

15 ดูเนื้อหาภาษาอังกฤษได้จากเว็บไซต์กลุ่มความร่วมมือด้านสิทธิและหลักการอินเทอร์เน็ต (http://internetrightsandprinciples.org/site/?p=8) และภาษาไทยจากเว็บไซต์ Thai Netizen Network (https://wp.me/P1YWRi-1oZ )